2006/May/09

และแล้วผมก็ได้รู้ว่า

. . . อย่าบอกว่ารักใครเพียงเพราะเราเหงา เพราะเมื่อรักจากไปคนเหงาจะมีเพิ่มขึ้นมาอีกคนหนึ่ง

. . . อย่าบอกว่ารักใครเพียงเพราะต้องการลืมความเจ็บปวดจากคนเก่า เพราะเมื่อรักจากไปจะมีคนเจ็บปวดเพิ่มอีกคนหนึ่ง

. . . อย่าบอกว่ารักใครเพียงเพราะเราพยายามตามหารักแท้ เพราะความรักไม่ต้องพยายาม

. . . อย่าบอกว่ารักใครเพียงเพราะเราคิดถึงเค้า เพราะความรักไม่ได้มีเพียงความคิดถึงแต่รักคือทุกๆสิ่ง

. . . อย่าบอกว่ารักใครเพียงเพราะอยากให้โลกของเราเป็นสีชมพู เพราะโลกของเค้าจะกลายเป็นสีดำ

. . . อย่าบอกว่ารักใครเพียงเพราะเราอยากเป็นคนที่มีความหมายสำหรับใครคนหึ่ง เพราะมันจะทำให้เค้าหมดความหมาย

. . . อย่าบอกว่ารักใครเพียงเพราะเราต้องการจะลืมใครสักคน เพราะวันหนึ่งเราจะเป็นคนที่เค้าอยากจะลืม

. . . อย่าบอกว่ารักใครเพียงเพราะเราเห็นเค้าเพียงชั่ววูบ เพราะเวลาจะเป็นตัวทำให้คน 2 คนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน

. . . วันนี้ผมได้รู้ว่าความรักไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว จงอย่าบอกรักใครเพื่อตัวคุณเอง แต่จงบอกรักเพื่อคนที่คุณรัก

2005/Sep/13

กลับบ้านครั้งก่อนเพิ่งจะรู้ว่าคนเราน่ะมันจะลืมอดีตไปง่ายๆไม่ได้หรอก ไม่เลยไม่มีทางเป็นไปได้ วันที่กลับไปโรงเรียนเก่านั่งรถไฟไปลงสถานีอุบลฯ เพียงแค่ก้าวลงจากรถไฟเหยียบลงบนพื้น ภาพในอดีตมันก็หลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย นั่งรถเมล์ไปลงฝั่งเมืองแล้วนั่งรถสามล้อ(สามล้อจริงๆไม่ใช่สามล้อเครื่อง) ไม่ได้รีบไม่ได้ร้อนกระจายรายได้ด้วย สามล้อพาผมผ่านทุ่งศรีเมือง เป็นที่ๆผมกับเธอไปเดินเล่นด้วยกันเป็นครั้งแรก จำได้ว่าวันนั้นผมไปสายเพราะเรียนเคมีอยู่ แต่เธอก็ไม่ว่าอะไร นั่งกินลมชมวิวไปเรื่อยๆ ผ่านถนนเส้นหนึ่ง จำได้ติดตาวันนั้นเธอจะเอาชีทวิชาธุรกิจ ผมขี่รถไปเอาให้จากบ้านเพื่อน ตอนนั้นมันช่างมีความสุขซะจริงๆ แค่ได้ทำอะไรให้เธอบ้างผมก็พอใจแล้ว




ไปถึงหอพัก ผมยังจำวันแรกและวันสุดท้ายที่ผมมาที่นี่และจากไป ที่นี่เป็นที่แห่งความทรงจำอีกแห่งหนึ่ง ผมยังจำได้ตั้งแต่วันแรกที่มาอยู่ ทอม(ตอนหลังเรียกเฉิน)เป็นคนแรกๆที่ผมรู้จัก เนลก้า โบ้และคนอื่นๆ ช่วงเวลาแห่งความสุข ตอนม.ปลายก้อมีบักก้า(คูก้า) เราช่วยกันเรียน ช่วยกันเล่นบางครั้งก็ทำอะไรแผลงๆลงไป ทุกข์ก้อทุกข์ด้วยกัน สุขก้อสุขด้วยกัน รอยยิ้มแห่งมิตรภาพยังคงตราตรึงอยู่ในหัวใจ ทุกๆครั้งที่นึกยังจำภาพเก่าๆได้ดีเสมอ




แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ผมเชื่อได้อย่างไรว่า "สถานที่แต่ละแห่งมีชีวิตและพร้อมที่จะบอกเล่าอดีตของคุณให้กับคุณ เค้าจะรักษาความลับให้คุณอย่างดี มีคุณคนเดียวที่รู้ได้ เพราะมันคืออดีตของคุณ ภาพเก่าๆของคุณ ความรู้สึกส่วนตัวของคุณ" อดีตผ่านไปแล้วย่อมไม่หวนคืนกลับมา สุดท้ายอดีตก็ให้กับเราแค่ความสุขกับความเจ็บปวดเท่านั้น กระนั้นมันก็ยังตราตรึงในความทรงจำอย่างมิรู้หาย เฝ้ารอเวลาที่คุณจะดึงมันกลับมาเพื่อหัวเราะหรือร้องไห้เท่านั้นเอง นี่แหละ"อดีต"

2005/Aug/04

หลายครั้งที่ผมเห็นคนจน คนพิการ คนบ้านนอก ถูกเหยียดหยาม โดนดูถูก โดนรังเกียจ ไม่ชอบเลย ทั้งๆที่เค้าก้อเป็นคนเหมือนๆกับคนเหล่านั้น คนที่เหยียดหยามเค้าคิดว่าตัวเองดีนักเหรอ คนที่เหยียดหยามคนอื่น คนนั้นย่อมจะดึงตัวเองลงมาให้ต่ำ มันอาจจะแรงเกินไป แต่คนทุกคนล้วนมีสิทธิที่เท่าเทียมกัน "สิทธิแห่งความเป็นมนุษย์" มนุษย์ที่ดูถูกมนุษย์คือมนุษย์ผู้หยิ่งทนงคนที่รู้จักนอบน้อมเท่านั้นจึงจะเป็นมนุษย์ที่แท้จริง แล้วผู้ที่หยิ่งทนงหล่าวนั้นล่ะคืออะไร?

ผมอยากให้ทุกคนมองคนด้วยสายตาที่คนเป็นคน ไม่ใช่เป็นตัวอะไรสักอย่าง ไม่ว่าทุกคนจะเกิดมายังไงเค้าเลือกเกิดไม่ได้ อย่ามองใครด้วยสายตาที่หยามเหยียด เพราะคนรอบข้างจะมองคุณด้วยสายตาที่หยามเหยียดเช่นกัน เหยียดที่คุณดูหมิ่นความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น จงมองคนด้วยสายตาที่อ่อนโยน ถ่อมตัว ตระหนักเสมอว่าคุณไม่ได้ดีไปกว่าใครเลย แล้วคนรอบข้างจะมองคุณกลับด้วยสายตาที่สรรเสริญ อย่าเสแสร้งทำอะไรให้ทำด้วยใจจริง แล้วเพื่อนที่คุณมีจะเป็นเพื่อนแท้ที่ไม่ทิ้งคุณไป

ใครก้อตามที่ถูกคนดูถูกจงรู้ไว้ซะว่าเค้ากำลังดูถูกตัวเอง ไม่ใช่คุณ เราไม่ใช่คนต้อยต่ำหรอก แต่จงทำตนให้เป็นคนต้อยต่ำ เพราะการเป็นบันไดให้คนอื่นขึ้นไปนั้น ดีกว่าการเหยียบคนอื่นขึ้นไป เป็นบันไดมีแต่คนรัก แต่คนที่เหยียบคนอื่นขึ้นไปมีแต่คนชัง ประจบประแจง อยู่เบื้องหลังดีกว่าเป็นไหนๆ แม้ไม่เด่นแม้ไม่ดังแต่สบายใจ